.
ทุกท่วงท่ายามเยื้องย่างดุจนางหงส์
ทุกทรวดทรงองค์อ่อนสมรขวัญ
ทุกพักตร์พิศนวลปรางดั่งพร่างจันทร์
สายตาฝันกระพริบพร้อยร่องรอยใจ
เธอแย้มยิ้มกับใครแอบไปฝัน
เอ่ยรำพันพรูพราวทุกคราวไหน
เอาไปพ้อล้อดาวทุกคราวไป
ถึงห้วงในที่อยากให้ได้รู้ความ
ยังแอบฝันเพราะเธอนั้นแสนสูงศักดิ์
ยังแอบรักด้วยดวงใจที่ไหวหวาม
ยังแอบเพ้อละเมอหาทุกครายาม
รักยังลามเลยรวมจนท่วมใจ
แม้มิหวังอุ่นแอบได้แนบชิด
เพียงดวงจิตคอยพวงเฝ้าหลงไขว่
ยังเฝ้ารอรักหวานนานเพียงใด
บอกดวงใจรักหนอจะรอนาง
เนรมิตสนามหญ้าข้างสระน้ำ
สร้างนิยามรักให้สดใสพร่าง
มองสบฟ้าตาดาวที่พราวพราง
ส่งใจว่างพร่างหม่นหาคนดี
แม้ได้เพียง"แอบรัก"สุขนักแล้ว
เมื่อรักยังไร้แววนะแก้วพี่
ยังบ่มรักในกมลล้นฤดี
เพราะใจนี้มั่น"แอบรัก"เฝ้าถักรอ
ในความฝัน"แอบรัก"นั้นช่างแสนหวาน
ในตำนาน"แอบรัก"เอยเคยไหมหนอ
ในนิยายได้"แอบรัก"คงจักพอ
"แอบรัก"รอก่อสุขไหนใครจะปาน
ทุกท่วงท่ายามเยื้องย่างดุจนางหงส์
ทุกทรวดทรงอนงค์อ่อนซ่อนแววหวาน
มาเรียงรสบทรักถักตำนาน
ร่าย"แอบรัก"แสนหวานใน"ม่านรอ"
.
คนกุลา
Jan 24, 2011
*เยือน..บ้านสุนทร** คนกุลา
.
มาเมืองแกลงเยือนอนุสรณ์สุนทรภู่
ท่านเหมือนครูสอนสั่งแต่ตั้งต้น
โอ้ดีใจหาไหนเหมือนยามเยือนยล
กราบหวังดลให้สุนทรครอบกลอนใจ
บรรจงกราบตรงลงแทบเท้า
หวังโน้มน้าวให้ผ่องแผ้วดั่งแก้วใส
เปิดกมลดลสรรพเสียงเพราะเพียงใด
เบิกหัวใจเบิกฟ้าเบิกบาดาล
ทุกถ้อยคำย้ำเสียงสำเนียงเสนาะ
คำไพเราะมาร้อยเรียงเสียงประสาน
ให้สุนทรเบิกกะพริบทิพย์วิมาน
ช่วยขับขานร้อยคำขลังได้ดังใจ
จะกลอนรักกลอนโศกวิโยคฝัน
นิราศอันร้างนี่เยือนที่ไหน
ถ้อยคำคมพรมพร่างตรงกลางใจ
ศัพท์ใดใดใช้ได้สรรพตรับสำเนียง
สิ้นสุนทรกลอนครูท่านภู่แล้ว
สุนทรแก้วเคยขับไกลไม่ยินเสียง
คนกุลาฝึกกลอนหนอแค่พอเพียง
คงไม่เสี่ยงขืนกล้ามาแข่งแวว
ขอเป็นศิษย์ปลายแถวก็แล้วกัน
กวีวรรณหลากหวานกังวาลแว่ว
ขอเป็นทรายเม็ดน้อยคอยส่องแนว
พอพรายแพรวพราวฝันกลางจันทร์นวล
ด้วยนานนมเนื่องนิยมชมความคิด
ลองถูกผิดฝึกกลอนฝันวันไห้หวล
ค่อยขีดเขียนเรียนฝึกหัดจัดกระบวน
เทียบทบทวนอิงบทกลอน ......สุนทรครู.
...........
คนกุลา
มาเมืองแกลงเยือนอนุสรณ์สุนทรภู่
ท่านเหมือนครูสอนสั่งแต่ตั้งต้น
โอ้ดีใจหาไหนเหมือนยามเยือนยล
กราบหวังดลให้สุนทรครอบกลอนใจ
บรรจงกราบตรงลงแทบเท้า
หวังโน้มน้าวให้ผ่องแผ้วดั่งแก้วใส
เปิดกมลดลสรรพเสียงเพราะเพียงใด
เบิกหัวใจเบิกฟ้าเบิกบาดาล
ทุกถ้อยคำย้ำเสียงสำเนียงเสนาะ
คำไพเราะมาร้อยเรียงเสียงประสาน
ให้สุนทรเบิกกะพริบทิพย์วิมาน
ช่วยขับขานร้อยคำขลังได้ดังใจ
จะกลอนรักกลอนโศกวิโยคฝัน
นิราศอันร้างนี่เยือนที่ไหน
ถ้อยคำคมพรมพร่างตรงกลางใจ
ศัพท์ใดใดใช้ได้สรรพตรับสำเนียง
สิ้นสุนทรกลอนครูท่านภู่แล้ว
สุนทรแก้วเคยขับไกลไม่ยินเสียง
คนกุลาฝึกกลอนหนอแค่พอเพียง
คงไม่เสี่ยงขืนกล้ามาแข่งแวว
ขอเป็นศิษย์ปลายแถวก็แล้วกัน
กวีวรรณหลากหวานกังวาลแว่ว
ขอเป็นทรายเม็ดน้อยคอยส่องแนว
พอพรายแพรวพราวฝันกลางจันทร์นวล
ด้วยนานนมเนื่องนิยมชมความคิด
ลองถูกผิดฝึกกลอนฝันวันไห้หวล
ค่อยขีดเขียนเรียนฝึกหัดจัดกระบวน
เทียบทบทวนอิงบทกลอน ......สุนทรครู.
...........
คนกุลา
อำลา..อาลัย..ท่านทนายทองใบ ทองเปาด์
๐ เปิดเพลงซออำลาพญาโศก
เพื่อกล่อมโลกโศกเศร้าเหมือนราวฝัน
เมื่อคนดีลับลาคราถึงวัน
ความมมุ่งมั่นฝันไว้ได้ใครแทน
๐ เป็นทนายคนยากจากวันโน้น
คอยปลอบโยนคนยากลำบากแสน
ใช้วิชาร่ำเรียนเพียรทดแทน
ผู้ขาดแคลนยุติธรรมย้ำทุกครา
๐ คุณความดีที่สร้างอย่างต่อเนื่อง
เพื่อประเทืองผดุงธรรมให้ล้ำค่า
เวลาสร้างคนดีทุกทีมา
เวลาก็มาคร่าคนดี
๐ จนทั่วโลกยกย่องต้องคำนับ
จนได้รับการชูเชิดประเสริฐศรี
รับรางวัลแมกไซไซมาหลายปี
ตามสิ่งที่สร้างสมนับนมนาน
๐ ท่านทองใบ ทองเปาด์ เรารู้จัก
มีผู้รักมากมายหลายถิ่นฐาน
หวังเอากลอนบวงสรวงดวงวิญญาณ
คราวที่ท่านผ่านล่วงสู่ห้วงดาว
๐ เอาสิบนิ้ววันทาส่งมากราบ
หากท่านทราบด้วยญาณใดในห้วงหาว
ขอกราบผ่านม่านน้ำตาพร่าพรายพราว
เมื่อถึงคราวท่านพรากจากโลกไป
๐ ขอชื่อเสียงท่านสร้างอย่าร้างหนี
คุณความดีที่สร้างอย่างยิ่งใหญ่
เป็นแนวทางสร้างตนคนเยาว์วัย
ตามที่ได้อุทิศตนสร้างผลงาน
๐ ขอวิญญาณท่านหมายสัมปรายภพ
ขอท่านจบชีวังเพียงสังขาร
ขอให้ชื่อลือเลื่องนับเนื่องนาน
เผยแผ่ซ่านความยิ่งใหญ่ท่านได้ทำ
...........................
ด้วยจิตคารวะ
คนกุลา
เพื่อกล่อมโลกโศกเศร้าเหมือนราวฝัน
เมื่อคนดีลับลาคราถึงวัน
ความมมุ่งมั่นฝันไว้ได้ใครแทน
๐ เป็นทนายคนยากจากวันโน้น
คอยปลอบโยนคนยากลำบากแสน
ใช้วิชาร่ำเรียนเพียรทดแทน
ผู้ขาดแคลนยุติธรรมย้ำทุกครา
๐ คุณความดีที่สร้างอย่างต่อเนื่อง
เพื่อประเทืองผดุงธรรมให้ล้ำค่า
เวลาสร้างคนดีทุกทีมา
เวลาก็มาคร่าคนดี
๐ จนทั่วโลกยกย่องต้องคำนับ
จนได้รับการชูเชิดประเสริฐศรี
รับรางวัลแมกไซไซมาหลายปี
ตามสิ่งที่สร้างสมนับนมนาน
๐ ท่านทองใบ ทองเปาด์ เรารู้จัก
มีผู้รักมากมายหลายถิ่นฐาน
หวังเอากลอนบวงสรวงดวงวิญญาณ
คราวที่ท่านผ่านล่วงสู่ห้วงดาว
๐ เอาสิบนิ้ววันทาส่งมากราบ
หากท่านทราบด้วยญาณใดในห้วงหาว
ขอกราบผ่านม่านน้ำตาพร่าพรายพราว
เมื่อถึงคราวท่านพรากจากโลกไป
๐ ขอชื่อเสียงท่านสร้างอย่าร้างหนี
คุณความดีที่สร้างอย่างยิ่งใหญ่
เป็นแนวทางสร้างตนคนเยาว์วัย
ตามที่ได้อุทิศตนสร้างผลงาน
๐ ขอวิญญาณท่านหมายสัมปรายภพ
ขอท่านจบชีวังเพียงสังขาร
ขอให้ชื่อลือเลื่องนับเนื่องนาน
เผยแผ่ซ่านความยิ่งใหญ่ท่านได้ทำ
...........................
ด้วยจิตคารวะ
คนกุลา
Jan 23, 2011
**ลั่นทมสอนใจ** by คนกุลา/Dr.We
๐ ลั่นทมพรมพร่าง
ทิ้งร่างห่มลาน
สีชมพูหวาน
เบ่งบานก่อนโรย
ดอกใบใสสด
ฝนรดปรายโปรย
กลิ่นหอมลมโชย
โบกโบยลับลา
๐ กลีบเกลื่อนเต็มโคน
เหมือนโดนใครแกล้ง
ชื่นชมหากแฝง
ปั้นแต่งสีหน้า
เมื่อไม่จริงใจ
ไยต้องวางท่า
หากมินำพา
ถึงคราควรจร
๐ ดอกไม้สอนคน
ขัดสนยากดี
แรมร้างห่างที่
เคยมีอาวรณ์
ยึดถือหลักธรรม
ยิ่งย้ำคำสอน
ชื่นชอบอาทร
ไป่ถอนถอดใจ
๐ ชีวิตคนเรา
ถือเอาจิตหวัง
ทำการจริงจัง
ตามตั้งความนัย
เฝ้าใคร่ครวญคิด
หากติดสงสัย
เนื้อความคำใด
โปรดได้ไตร่ตรอง
๐ สิ่งใดในโลก
ไป่โศกด้วยศิล
จงย้ำยลยิน
ตราบสิ้นชีวา
หมั่นสร้างปัญญา
นำพาจิตข้อง
หลุดพ้นความหมอง
ทั่วผองใจกาย
๐ โอ้ลั่นทมเอย
ก่อนเคยสื่อเศร้า
ขื่นขมโศกเคล้า
เจ้าจึงเดียวดาย
เปลี่ยนชื่อกลับกลาย
ลบหมายเดิมสิ้น
จนทั่วแดนดิน
ทุกถิ่นหวังครอง
๐ หนอลีลาวดี
ครานี้ชือใหม่
ไปบ้านเรือนใด
ใกล้ไกลทั่วผอง
ล้วนอยากใกล้ชิด
ใคร่พิศเมียงมอง
นี่คือครรลอง
ของโลกแสนลวง
แต่ง โดยใช้ (วิชชุมมาลาฉันท์ ๘)
************
............
คนกุลา
ในวสันต์
หมายเหตุ : วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ ต้องแต่งด้วยคำครุ ทั้งหมด
แต่ชื่อลีลาวดี เป็นชื่อเฉพาะ ผมจึงใช้คำว่า วดี ซึ่งเป็นคำนำหน้าด้วยครึ่งเสียงเป็นเหมือนคำเดียว ครับ
ทิ้งร่างห่มลาน
สีชมพูหวาน
เบ่งบานก่อนโรย
ดอกใบใสสด
ฝนรดปรายโปรย
กลิ่นหอมลมโชย
โบกโบยลับลา
๐ กลีบเกลื่อนเต็มโคน
เหมือนโดนใครแกล้ง
ชื่นชมหากแฝง
ปั้นแต่งสีหน้า
เมื่อไม่จริงใจ
ไยต้องวางท่า
หากมินำพา
ถึงคราควรจร
๐ ดอกไม้สอนคน
ขัดสนยากดี
แรมร้างห่างที่
เคยมีอาวรณ์
ยึดถือหลักธรรม
ยิ่งย้ำคำสอน
ชื่นชอบอาทร
ไป่ถอนถอดใจ
๐ ชีวิตคนเรา
ถือเอาจิตหวัง
ทำการจริงจัง
ตามตั้งความนัย
เฝ้าใคร่ครวญคิด
หากติดสงสัย
เนื้อความคำใด
โปรดได้ไตร่ตรอง
๐ สิ่งใดในโลก
ไป่โศกด้วยศิล
จงย้ำยลยิน
ตราบสิ้นชีวา
หมั่นสร้างปัญญา
นำพาจิตข้อง
หลุดพ้นความหมอง
ทั่วผองใจกาย
๐ โอ้ลั่นทมเอย
ก่อนเคยสื่อเศร้า
ขื่นขมโศกเคล้า
เจ้าจึงเดียวดาย
เปลี่ยนชื่อกลับกลาย
ลบหมายเดิมสิ้น
จนทั่วแดนดิน
ทุกถิ่นหวังครอง
๐ หนอลีลาวดี
ครานี้ชือใหม่
ไปบ้านเรือนใด
ใกล้ไกลทั่วผอง
ล้วนอยากใกล้ชิด
ใคร่พิศเมียงมอง
นี่คือครรลอง
ของโลกแสนลวง
แต่ง โดยใช้ (วิชชุมมาลาฉันท์ ๘)
************
............
คนกุลา
ในวสันต์
หมายเหตุ : วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ ต้องแต่งด้วยคำครุ ทั้งหมด
แต่ชื่อลีลาวดี เป็นชื่อเฉพาะ ผมจึงใช้คำว่า วดี ซึ่งเป็นคำนำหน้าด้วยครึ่งเสียงเป็นเหมือนคำเดียว ครับ
"แค่พี่ชาย" BY คนกุลา/Dr.We
มาอุบลราชธานีอีกกี่ครั้ง
มาเพื่อฟังคำตัดรอนเหมือนก่อนโน้น
ลืมแล้วหรือคำสร้อยคอยปลอบโยน
ใครตะโกนยั่วเย้าคราวแง่งอน
คอยปลอบใจในวันอันหน่วงหนัก
สายใยรักเคยสานก่อล้อออดอ้อน
เมื่อเธอมีคนใหม่ไม่อาทร
ใจรอนรอนเราอย่างดีแค่พี่ชาย
ทั้งที่รู้อยู่ว่าน่าจะจบ
แต่ทำใมถึงลบเขาไม่หาย
หรือต้องกอดสัญญากว่าจะตาย
หรือสุดท้ายมีเพียงเราเฝ้าทุกข์ทน
สัญญาใจไร้ลายเซ็นต์เป็นประจักษ์
สัญญารักไร้ลายเซ็นต์ไม่เห็นผล
สัญญาฝันเมื่อทำกันเพียงสองคน
สัญญาหม่นเห็นทีตรมล้มละลาย
คงมาพบสบตาเพื่อลาจาก
ความรักเอยคงสุดยากหากจะหมาย
ความในใจหวังเอ่ยปากตั้งมากมาย
ที่ทำได้เพียงหลบตาไม่กล้ามอง
มาอุบลบ้านคนดีอีกกี่ครั้ง
มาเพื่อฝังซากใจไหม้หม่นหมอง
เก็บงำคำฉ่ำหน้าน้ำตานอง
ป่วยการต้องถามหา...สัญญาแล้ว
.................... Very touch my♥ ;) tks so much ka Aj.
มาเพื่อฟังคำตัดรอนเหมือนก่อนโน้น
ลืมแล้วหรือคำสร้อยคอยปลอบโยน
ใครตะโกนยั่วเย้าคราวแง่งอน
คอยปลอบใจในวันอันหน่วงหนัก
สายใยรักเคยสานก่อล้อออดอ้อน
เมื่อเธอมีคนใหม่ไม่อาทร
ใจรอนรอนเราอย่างดีแค่พี่ชาย
ทั้งที่รู้อยู่ว่าน่าจะจบ
แต่ทำใมถึงลบเขาไม่หาย
หรือต้องกอดสัญญากว่าจะตาย
หรือสุดท้ายมีเพียงเราเฝ้าทุกข์ทน
สัญญาใจไร้ลายเซ็นต์เป็นประจักษ์
สัญญารักไร้ลายเซ็นต์ไม่เห็นผล
สัญญาฝันเมื่อทำกันเพียงสองคน
สัญญาหม่นเห็นทีตรมล้มละลาย
คงมาพบสบตาเพื่อลาจาก
ความรักเอยคงสุดยากหากจะหมาย
ความในใจหวังเอ่ยปากตั้งมากมาย
ที่ทำได้เพียงหลบตาไม่กล้ามอง
มาอุบลบ้านคนดีอีกกี่ครั้ง
มาเพื่อฝังซากใจไหม้หม่นหมอง
เก็บงำคำฉ่ำหน้าน้ำตานอง
ป่วยการต้องถามหา...สัญญาแล้ว
.................... Very touch my♥ ;) tks so much ka Aj.
Subscribe to:
Posts (Atom)